“ผมมีปาก ตั้งแต่เป็นอสุจิแล้วครับ เพราะคุณแม่นงเยาว์ของผมทำหมัน แต่ผมดันอยากจะเกิด และนับเป็นโชคดีของผมที่แม่ทำหมันแบบใช้ไหมผูก ผมเลยกัดไหมซะขาดกระจุย เกิดมาเป็นลูกคนสุดท้ายของพ่อสมเจตน์ได้”

 

 

…………….สุดปฐพี เป็นชื่อที่พ่อตั้งให้ตั้งแต่เกิด หลายคนเมื่อได้ยินชื่อนี้ มักจะต้องร้องว่า โอ้โห! หรือคิดได้ไง ใครเป็นคนตั้ง? หรือถามด้วยความสนใจว่า เกิดที่ไหน สุไหงโกลก เบตง แม่สาย แม่สอด นครพนม อุบลราชธานี ล้วนแต่สรรหาชื่อตำบล อำเภอ จังหวัดตามแนวตะเข็บชายแดนมานำเสนอทั้งนั้น และเมื่อครั้งยังเด็ก ผมยิ่งสงสัยมากว่า เมื่อใดไปโรงพยาบาล คุณพยาบาลหรือคุณหมอจะหัวเราะทุกครั้งเวลาเรียกชื่อผม แถมคุณครูยังชอบเรียกใช้งานเป็นประจำ ส่วนเพื่อนๆจะถีบส่งขึ้นเวทีหรือรายงานหน้าห้องทุกรอบ หรือจะทำอะไรก็จะต้องมีคนสงสัยสอบถามตลอดเวลาว่า สุดปฐพี หน้าตาเป็นอย่างไร

…………….ผมขอเฉลย ณ ที่นี้ว่า สุดปฐพีเกิดอยู่กลางประเทศค่อนไปทางเหนือ คืออำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย แต่ถ้าใครถามว่า ผมเป็นคนที่ไหน ผมจะตอบอย่างมั่นใจว่าเป็นคนจังหวัดลำปาง เหตุเพราะผมย้ายมาอยู่จังหวัดลำปางนับแต่อายุสามขวบ ผมเป็นลูกคนสุดท้ายของครอบครัวเวียงสี มีพ่อสมเจตน์ คนจังหวัดแพร่ อดีตพนักงานรัฐวิสาหกิจเป็นหัวหน้าครอบครัว และแม่นงเยาว์ ชาวนครสวรรค์ อาชีพผู้นำของพ่อ ครอบครัวของแม่กับพ่อ ไม่ได้มีแต่สุดปฐพีคนเดียวเท่านั้น ยังมีพี่ร่วมชาติที่คลานออกมาก่อนอีกจำนวน 3 คือ สุดเขตร์ สุดรักและนายสุดแดนหรืออ๋อย อั๋น อ้น

พอเข้าใจแล้ว ใช่ไหมครับว่า ทำไม ผมถึงชื่อสุดปฐพี แต่ยังไม่กระจ่างแจ้งเป็นแม่นมั่น

…………….ในที่สุด ผมชวนพ่อมาจับเข่าคุยว่า อะไรดลจิตดลใจให้พ่อคิดชื่อลูกคนสุดท้ายว่า สุดปฐพี เพราะไม่อยากให้ค้างคาใจจะได้ตอบญาติสนิทมิตรสหายได้เสียที พ่อเล่าว่า เดิมนั้น พ่อจะพาแม่ไปทำแท้ง เพราะพ่อไม่เชื่อว่า แม่จะมีลูกโผล่มาในท้องอีกหนึ่งคน ไม่เชื่อในฝีไม้ลายมือของตัวเองว่าอย่างนั้นเถอะ จนแม่เริ่มน้อยใจ คิดจะทำแท้งจริงๆ แต่คราวนี้ พ่อไม่ยอม เพราะเริ่มเข้าใจว่า ไหมมันก็แค่เส้นด้ายเล็กๆธรรมดา จะมาทนอะไรกับคนอยากจะเกิดอย่างผม จนสุดท้าย พ่อเองนั้นแหละที่กลัวแม่จะไปทำแท้งเอาผมออก

…………….จนถึงวันลืม ตาดูโลกของผม แม่ไปโรงพยาบาลไม่ทัน ผมเลยเกิดจากฝีมือหมอตำแย โดยมีพ่อและพี่ๆเป็นลูกมือทำคลอด เริ่มแรกพ่อจะตั้งชื่อว่า “สุดแล้วโว้ย” แต่เห็นว่า ทางอำเภอไม่อนุญาต เลยลองเปลี่ยนใจจะตั้งว่า “ชิงหมาเกิด” เห็นว่า ไม่ผ่านอำเภอแน่ๆ พ่อเลยไปกินเหล้าเมาย้อมใจกับชาวไร่ยาสูบในพื้นที่การทำงานของพ่อ กลับมาถึงบ้าน พ่อรีบบอกแม่ว่า ให้ชื่อว่า สุดปฐพี แล้วกัน เพราะไหนๆลูกเราชื่อสุดเขตร์ สุดรัก สุดแดนหมดแล้ว ไหนๆก็ไหนๆให้มันคล้องกันหน่อย พ่อคิดแค่นั้น แบบว่าอยู่ๆมันผุดขึ้นมาในสมองของพ่อแบบปาฏิหาริย์ โดยไม่สนใจเลยว่า ลูกเกิดเวลาเท่าไหร่ ตกฟากไหน ธาตุใด อักษรไหนมงคล อักษรไหนกาลกิณี แต่พ่อมั่นใจความคิดของตนเองในฐานะระดับนักเรียนทุนอันดับที่ 1ของจังหวัดแพร่ ไม่มีพลาดแน่นอน ชื่อนี้เหมาะสมที่สุด

…………….แม้ว่า พ่อจะไม่ได้ดูว่า ชื่อเป็นเดช เป็นมงคลหรือไม่ อย่างไร ผมภูมิใจที่พ่อตั้งชื่อแปลกให้ว่า สุดปฐพี แม้จะมีหลายคนทักว่า เป็นชื่ออาภัพมาก เพราะก้าวถอยหลังอีกก้าวเดียวก็ตกทะเลแล้ว หรือชีวิตน่าจะหมดหนทางไม่มีที่ไปแล้ว ชื่อออกจะเป็นทางตัน แต่ผมไม่เคยคิดไปไกลอะไรอย่างนั้น ตรงข้าม ผมจะไม่มีวันเปลี่ยนชื่อนี้อย่างเด็ดขาด ผมว่า ชื่อนี้เป็นมงคลแก่ชีวิตของผมอย่างที่สุด อาจเพราะชื่อนี้ก็เป็นได้ที่ทำให้ ผมไม่เคยตกงาน เจ้านายรักและเอ็นดู เพื่อนๆเยอะ เป็นหัวหน้าห้องมาโดยตลอด เป็นหัวหน้าหมู่ลูกเสือ เป็นตัวแทนโรงเรียนร่วมแข่งขันโต้วาที รายการโต้คารมมัธยมศึกษาทางช่อง 3 และเป็นตัวแทนเยาวชนไทย บินไกลไปทัศนศึกษา ดูงานการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม ณ ประเทศสหพันธรัฐเยอรมนี ตามโครงการยุวทูตเพื่อสิ่งแวดล้อมหรือยุวฑูตไบเออร์ จากการสนับสนุนของบริษัท ไบเออร์(ประเทศไทย) จำกัด แล้วชื่อ สุดปฐพี มันไม่ดีตรงไหน

…………….ผมผ่านการศึกษาจากโรงเรียนอนุบาลลำปางเขลางค์รัตนอนุสรณ์ โรงเรียนบุญวาทย์วิทยาลัย มหาวิทยาลัยโคโลญจน์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ แต่ผมไม่เคยเชื่อเรื่องการศึกษา เพื่อให้มีความรู้เลย ผมเชื่อมั่นในปัญหาของตนเองมากกว่า เพราะผมเห็นว่า คนที่ประสบผลสำเร็จล้วนมีการศึกษาที่หลากหลาย

            ผมผ่านประสบการณ์ทำงานจากการเป็นผู้สื่อข่าวการเมือง มติชน และหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ หลักจากค้นพบว่า ตนเองไม่ชอบยุ่งเรื่องคนอื่น จึงผันตนเองมาทำงานทางการตลาดกับสยาม อินเตอร์ สวีท นำเข้าส่งออกสินค้าทางการเกษตร และมาทำงานค้าปลีกกับ 7-11 ในตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการเขต เป็นผู้ช่วยผู้จัดการเขตที่อายุน้อยที่สุด จนวันหนึ่ง อยากเป็นเจ้าของธุรกิจของตนเอง เลยลาออกมาเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวที่ริมแม่น้ำน่าน จังหวัดพิษณุโลก ตลอดเวลาที่เป็นเจ้านายตนเองได้เรียนรู้สิ่งต่างๆมากมาย จนสุดท้าย แม่ขอร้องให้สอบเป็นข้าราชการ จึงเดินทางมาสอบเป็นพนักงานองค์การของรัฐ ณ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย

            ตลอดระยะเวลาที่ทำงาน ณ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ผมได้รับความเมตตาจากรองศาสตราจารย์ ดร.วันชัย ศิริชนะ อธิการบดีผู้ก่อตั้ง และความเมตตาจากรองศาสตราจารย์ ดร.ปรีชา อุปโยคิน ผู้อำนวยการศูนย์บริการวิชาการ ตลอดจนผู้บริหารของมหาวิทยาลัยในทุกระดับ จวบจน ผมได้รับโอกาสให้เป็นหัวหน้าหน่วยงานที่อายุน้อยที่สุด คือ ผู้จัดการสถาบันสุขภาพและความงามวนาศรม แต่ ท้ายที่สุด ผมเลือกที่จะละทิ้งความมั่นคงทางราชการมาตามหาฝันของตนเองด้วยการเป็นวิทยากรที่มีแนวการสอนไม่เหมือนใคร

        ปัจจุบัน ผมลาออกจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มหาวิทยาลัยอันมีพระราชสามานยนามของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีมาเดินตามความฝันของตนเองด้วยการเป็นวิทยากรที่มีรูปแบบการอบรมที่สนุกสนาน บนพื้นฐานของการเรียนรู้ร่วมกันผสมผสานความบันเทิงแบบมีสาระหรือเรียกกันว่า วิชาการหรรษา (Edutainment) ผมอาจจะเป็น Edutainer คนแรกและคนเดียวของประเทศไทยก็ว่าได้ จากประสบการณ์ฝึกศิลปะการพูดจากเวทีโต้คารมมัธยมศึกษาทางช่อง 3 ผ่านร้อนผ่านหนาวในแวดวงส่งออก และธุรกิจค้าปลีก จวบจนหันเหชีวิตสู่แวดวงการศึกษา และสุดท้าย ผมค้นพบข้อจำกัดทางการศึกษาของไทย มีวิชามากมายที่จำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวัน แต่กลับมีการเรียนการสอนน้อยมากในสถาบันการศึกษา พูดง่ายๆคือ สอนมากไป แต่เอาไปใช้ในชีวิตไม่ได้

        ผลงานสร้างชื่อคงจะหนีไม่พ้นการเป็นวิทยากรกิจกรรมสานสัมพันธ์ตามโครงการเสริมสร้างประสิทธิภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิตของข้าราชการชายแดนใต้ของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน หรือ สำนักงาน ก.พ.สุดปฐพีเป็นชื่อที่ข้าราชการ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สตูล สงขลาได้ยินมากที่สุดชื่อหนึ่ง เพราะเป็นชื่อของวิทยากรกลุ่มสัมพันธ์ที่สร้างเสียงหัวเราะ สนุกสนาน ร่าเริง มีความเป็นกันเองมากที่สุดคนหนึ่งของโครงการเสริมสร้างประสิทธิภาพและพัฒนา คุณภาพชีวิตของข้าราชการชายแดนใต้หรือ สปชต. ณ จังหวัดเชียงราย โครงการดังกล่าวเป็นการนำข้าราชการชายแดนใต้มาผ่อนคลายความตึงเครียดจากการ ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงอันตรายและสร้างความสัมพันธ์ สร้างเครือข่าย เรียนรู้ร่วมกันอย่างมีความสุข ดำเนินการโดยสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนร่วมกับมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

        ผมเชื่อเสมอว่า ในโลกนี้ไม่มีคนโง่ คนฉลาด มีแต่คนรู้ก่อนกับรู้ทีหลังเท่านั้นเอง ด้วยความมุ่งมั่นเสาะแสวงหาความรู้ ประสบการณ์ทั้งจากบุคคล ตำราและชีวิต ส่งผลให้ผมเข้าใจถึงคุณค่าของการศึกษามากขึ้น และเข้าใจคุณค่าความเป็นคนมากกว่าสินทรัพย์ และเข้าใจโอกาสเหนือกว่าเวลา

ขอบคุณอย่างซาบซึ้งที่ติดตามผลงานเขียนอย่างอิสระและไม่ระรานใคร

ด้วยความขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งครับ

สุดปฐพี เวียงสี I am an edutainer.