ผิดได้แต่อย่าพลาด

Written by 

ในชีวิตของเรา เป็นชีวิตแห่งการเรียนรู้ ชีวิตแห่งการเปลี่ยนแปลง ไม่มีสิ่งใดคงเดิมคงสภาพ แน่นอนว่าคำตอบของการเรียนรู้หรือทดลองจะมีเพียงแค่ 2 คำตอบเท่านั้น คือ สำเร็จกับไม่สำเร็จเท่านั้น อาจจะสำเร็จหรืออาจจะไม่สำเร็จนั้นไม่มี ผมจึงชอบประโยคการเรียนรู้ของผมว่า ในโลกนี้ไม่มีคนโง่คนฉลาด มีแต่คนรู้ก่อนกับรู้ทีหลังเท่านั้น

          เป็นเรื่องน่าแปลกที่คนประสบความสำเร็จมักจะเป็นคนที่โง่มาก่อนทั้งสิ้น แต่พวกเขาเหล่านั้นไม่เคยยอมรับความพ่ายแพ้ต่อความไม่รู้ของตนเอง กลับพัฒนาตนเอง พัฒนาความไม่รู้ให้เป็นคนที่รู้ก่อนเสมอ ดังเช่น คนที่ร่ำรวยเพราะรู้ว่าถนนจะตัดผ่านยังตำบลใด ทางไหนจึงไปกว้านซื้อที่ดินเพื่อเก็งกำไร ในขณะที่คนจนจะไม่รู้ นี่เองเป็นตัวอย่างของคนรู้ก่อนกับรู้ทีหลัง

          เมื่อมีคนโง่คนฉลาดย่อมจะต้องมีคนผิดพลาด และคนที่ประสบผลสำเร็จ คำว่า ผิดพลาดนั้นมีการพูดถึงบ่อยครั้งมาก บ้างก็ว่าผิดแต่อย่าพลาด บ้างก็ว่าพลาดแต่อย่าผิด บ้างก็ว่าจงอย่าผิดและอย่าพลาด

          ก่อนอื่น ผมขออธิบายให้ท่านผู้อ่านเข้าใจโดยจะยกตัวอย่างจากที่ผมสอนผมบรรยายนะครับ ผมจะชอบถามคำถามง่ายๆเกี่ยวกับอาเซียนว่า เลขาธิการอาเซียนคนไทยคนแรกคือใคร นิสัยคนไทยทุกที่ที่ผมบรรยายคือ เงียบ การเงียบจึงถือเป็นการแสดงออกถึงความเป็นกลางระหว่างการไม่รู้และรู้ และเมื่อเวลาผ่านไปไม่นานจะมีผู้อาจหาญตอบเบา ๆ ว่า ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ ผมจะตอบกระแทกกลับไปว่า ผิด และถามชื่อผู้ตอบเพื่ออธิบายให้คนไทยได้เปลี่ยนกระบวนทัศน์ของตนเองเสียใหม่ว่า ที่เขาตอบผิด เขาตอบอยู่คนเดียว เปรียบได้กลับคนทั้งห้องนั่งเฉย แต่เขาทำงาน และเมื่อเขาทำผิด สิ่งที่คนไทยตอบแทนเขาคือ การหัวเราะเยาะ แท้จริงแล้ว เขาตอบผิดเพราะเขาทำงานใช่ไม่ใช่ แต่เรานิ่งเฉยแต่กลับหัวเราเขา เหตุใด เราไม่ปรบมือให้เขา เราทุกคนควรปรบมือในการทำงานของเขามากกว่า และทุกคนจะปรบมือให้กับผู้ตอบผิดคนนั้น

          สังคมไทยจะหัวเราะเยาะคนที่ผิด แต่กลับนิ่งดูดายกับการทำงาน การพยายามพัฒนาตนเอง จริงไหมครับ การที่เขาตอบว่า ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ เพราะเขารู้มาเท่านั้น แท้จริงเลขาธิการอาเซียนคนไทยคนแรกมีนามว่า นายแผน วรรณเมธี อดีตปลีดกระทรวงการต่างประเทศ ที่ผมตอบได้ ผมรู้ไม่ใช่เพราะผมฉลาดมากกว่าผู้เข้ารับการอบรมหรอกนะครับ ผมแค่รู้ก่อนเท่านั้นเอง

          ดังนั้น การที่มีคนตอบผิด เขาผิดเพราะเขาทำงาน เราจึงควรให้อภัยแก่เขา แต่ถ้าหากว่า เขายังผิดในเรื่องเดิมๆอยู่นั่นแสดงว่า เขาพลาดครับ เช่น ถ้ามีคนถามเขาด้วยคำถามเดิมว่า เลขาธิการอาเซียนคนไทยคนแรกคือใคร และเขายังคงตอบว่า ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณเป็นครั้งที่ 2 นั่นไม่เรียกว่า ผิด แล้วนะครับ แต่นั่นเรียกว่า พลาด ดังนั้น คำว่า พลาด คือ ผิดในเรื่องเดิม ๆ หรือโง่ในเรื่องที่เรารู้แล้วนั่นเอง

          ย้อนกลับมามองรอบปีที่ผ่านมาของท่านผู้อ่าน ลองกลับมานั่งพิจารณาตนเองนะครับว่า ผิดมากกว่าพลาดหรือเปล่า หากว่าท่านผิดมากกว่าพลาด นั่นแสดงว่า ท่านมีพัฒนาการนะครับ แต่ถ้าพลาดมากกว่าผิด อุปมาท่านยกส้นตีนของท่านแล้วเดินย่ำอยู่กับที่เป็นวังวนแห่งความอวิชชา

          นี่อย่างไร ผมจึงตั้งชื่อคอลัมน์ปักษ์สุดท้ายของปีว่า ผิดได้แต่อย่าพลาด

          ส่วนคำกล่าวที่ว่า จงอย่าผิดและอย่าพลาด คำกล่าวนี้ ไม่น่าจะเป็นจริงสำหรับมนุษย์เดินดินกินข้าวแกงอย่างพวกเรา เพราะการจะไม่ผิดและไม่พลาดนั่นคือ อาการกริยาของคนที่ตายแล้วมากกว่า ไม่มีใครในโลกนี้ไม่เคยผิด แต่เมื่อผิดแล้วก็ควรจะได้บทเรียนการเรียนรู้มาเป็นอุทาหรณ์เตือนใจไม่ให้ผิดอีก เพราะหากว่าผิดอีก นั่นหมายถึงสิ่งที่เรียกว่า พลาด อาทิ นักศึกษาอายุ 17 ปี ทำแท้งมา 5 ครั้งจากการมีอะไรกับแฟน 5 คน แบบนี้ ไม่เรียกว่าผิด เพราะผิดมาทั้งหมด 5 ครั้ง นี่เรียกว่า พลาด ประมาทกับชีวิตเป็นต้น

          ช่วงปีที่ผ่านมา ถือเป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของชีวิตผมกับการสูญเสียบิดา นายสมเจตน์ เวียงสี แม่โจ้ รุ่นที่ 25 ไปอย่างไม่มีวันกลับ แต่เป็นความภาคภูมิใจที่ผมได้มีโอกาสดูแลรักษาพ่อจนวินาทีสุดท้ายของชีวิตร่วมกับแม่ พี่สุดเขตร์ สุดรักและสุดแดน ถือเป็นการไม่ประมาทต่อผู้มีพระคุณ ดังนั้น จึงไม่มีคำว่าเสียใจกับเหตุการณ์ที่ผ่านมา

          ปีนี้ ผมยังสูญเสียเพื่อนร่วมอาชีพไปอีกสองคน คือ อาจารย์ฟอร์ด ทริปเบิ้ลบี วิทยากรนันทนาการที่กำลังสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเอง และอาจารย์ชัยวัฒน์ ทองอินทร์หรืออาจารย์เอ สำนักวิชาการจัดการ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ทั้งสองจากไปในวัยไม่ถึง 45 ปีด้วยโรคมะเร็ง ซึ่งทั้งสองผมได้มีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมก่อนทั้งสองจะเสียชีวิต คนหนึ่งอยู่นนทบุรี คนหนึ่งอยู่เชียงราย สุดท้าย ความตายอันเป็นสัจจะแท้ของชีวิตที่เราหนีไม่พ้นก็เดินทางมาเยือนบุคคลทั้งสอง

          ปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงคงเป็นอีกปีที่จะเปลี่ยนชีวิตของผม เพราะตั้งใจจะออกพ็อคเก็ตบุ๊คส์ให้ได้อย่างน้อย 3 เล่ม ซึ่งมีสำนักพิมพ์รอคอยตีพิมพ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และตั้งใจจะศึกษาต่อปริญญาเอก สาขาพุทธศาสตร์อันเป็นสิ่งที่ผมสนใจใคร่รู้

          ก่อนจะลาจากกันในปีนี้สู่ปีใหม่ ไม่ว่าท่านจะทำอะไรผิดเพราะความไม่รู้หรือรู้ทั้งเจตนาและไม่เจตนา จงให้อภัยตนเองก่อน เพื่อรู้จักให้อภัยผู้อื่น และนำสิ่งที่ผิดในปีนี้เป็นบทเรียนการเรียนรู้ชีวิตของท่านเองในปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง และสิ่งใดที่ท่านพลาดไป จงลืมความพลาดนั้นไป ยอมรับความโง่ของตนเอง เพื่อเห็นความฉลาดของคนอื่น เปิดใจเรียนรู้ เปิดตามองโลกกว้าง ก้าวสู่อาเซียนอย่างมั่นใจ เข้าใจและไม่ตื่นตกใจในสรรพสิ่งที่กำลังจะเดินทางมาถึงเราในปีใหม่ทั้งความทุกข์และความสุข

          ท้ายที่สุดนี้ ในวาระศุภฤกษ์ดิถีขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2559 กระผม อาจารย์สุดปฐพี เวียงสี ขออาราธนาสิ่งที่ท่านผู้อ่านเคารพนับถือ ศาสดาแห่งศาสนาที่ท่านศรัทธา ความดีที่ท่านมี จงดลบันดาลให้ท่านผู้อ่านและครอบครัวของท่านจงประสบความสุข ความเจริญ ห่างหายจากโรคภัยไข้เจ็บ เดินทางหนใดปลอดภัยทุกที่ มีลาภ มียศ ผู้คนสังคมสรรเสริญ เจริญด้วยสติปัญญาและจตุรพิธพรชัยทุกท่านทุกคนเทอญ

 

อาจารย์สุดปฐพี เวียงสี

 

Read 6997 times Last modified on วันอาทิตย์, 01 พฤษภาคม 2559 07:22
สุดปฐพี เวียงสี

"ผมเดินทางเป็นวิทยากรทั่วประเทศ ไม่ใช่คนเก่ง ไม่ใช่คนที่วิเศษมาจากไหน ผมเดินทางตามความฝันของตนเอง ผ่านประสบการณ์การเรียนรู้ ผ่านตำราวิชาการที่ซื้ออ่าน ผ่านการพูดคุยกับผู้คน เก็บไว้ก็มีแต่จะเลือนหายไปไม่มีประโยชน์ จึงอยากจะแบ่งปันสิ่งที่ได้อ่าน สิ่งที่ได้เห็น ชีวิตที่เป็นกับผู้สนใจใคร่รู้"

Leave a comment

Make sure you enter the (*) required information where indicated. HTML code is not allowed.