รู้ลึก รู้กว้างกับนักศึกษาฝึกงาน

Written by 

วันที่สองของการฝึกอบรมหลักสูตรการสื่อสารสำหรับผู้นำที่ห้างสรรพสินค้าแมคโคร นักศึกษาฝึกงานของผมดูมีความมุ่งมั่นตั้งใจมากกว่าเมื่อวาน หลังจากผ่านพ้น กำแพงความกลัวของตัวเองมาได้ วันนี้จึงเป็นวันที่นักศึกษาอยากเอาของที่ตัวเองเตรียมมามาใช้ทดลองกับผู้เข้ารับการอบรม สิ่งที่ผมคาดการณ์ไว้ไม่มีผิด นักศึกษาเตรียมกิจกรรมการใบ้คำ เพื่อนำมาประกอบการบรรยายถึงเรื่องประสิทธิผลของการสื่อสาร นักศึกษามีความมั่นใจมากขึ้น หากแต่การนำกิจกรรมดังกล่าวมาประกอบการสอนนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย ผมพยายามช่วยสร้างสรรค์บรรยากาศอีกเช่นเดิม ส่งผลให้นักศึกษาสนุกกับการสอนมากขึ้น หน้าตาเธอสดใสไม่ดำและหมองคล้ำเหมือนวันแรก แต่สิ่งที่ผมถอดบทเรียนให้แก่นักศึกษารับรู้คือ หลักกาลามสูตร 10 ของพระพุทธเจ้าในเรื่องของความเชื่อ ซึ่งกิจกรรมที่นักศึกษาทำนั้น นักศึกษายังไม่เข้าใจแก่นของกิจกรรมเป็นอย่างดี เพียงแต่เคยเล่นและนำมาเสนอกับผมในระหว่างการวางแผนการสอนเท่านั้น ดังนั้น การนำกิจกรรมหรือเกมมาร่วมกับการฝึกอบรมจะให้บรรลุผลนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่วิทยากรจะต้องเข้าใจลักษณะของกิจกรรม/เกม เข้าใจวิธีการเล่นและสามารถพลิกแพลงเพื่อสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ให้สนุกสนานได้

 

          ภาคบ่าย ผมวางแผนกิจกรรมการฝึกอบรม โดยไม่อยากให้ผู้เข้ารับการอบรมจำเจอยู่แต่ในห้องจึงออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ให้ตื่นเต้น สนุกสนานและเรียนรู้ร่วมกัน สอดคล้องกับแนวคิดทักษะของมนุษย์ในศตวรรษที่ 21 คือ การบูรณาการหรือ collaboration ที่มนุษย์จะต้องทำงานร่วมกันในสภาพความคิดเห็นที่แตกต่างกัน สภาพแวดล้อมแตกต่างกัน ทัศนคติแตกต่างกัน โดยการให้พนักงานตามหาสินค้าที่มีรายละเอียดต่าง ๆ กัน โดยผมพานักศึกษาเดินสำรวจสินค้าหลังจากรับประทานอาหารกลางวันเสร็จ นักศึกษาดูงง ๆ กับสิ่งที่ผมกำลังทำ และได้แต่เดินจดสินค้าที่ผมบอก หลังจากนั้น ผมอธิบายลักษณะกิจกรรมและมอบหมายให้นักศึกษาตั้งโจทย์คำถามแก่พนักงานจำนวน 10 ข้อ ซึ่งนักศึกษาสามารถตั้งโจทย์คำถามได้ดี ผมวางแผนการติดตามงานโดยแบ่งกับนักศึกษาคนละกลุ่ม สิ่งที่ผมสอนนักศึกษา คือ เราให้เขาทำกิจกรรมไม่ใช่ให้เราได้พักหรือนั่งรอในห้อง แต่เราจะต้องติดตามคอยประเมินผลการเรียนรู้ของเขาจากการสังเกตการณ์ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า การสื่อสารภายในกลุ่ม การวางแผนการทำงาน ความกระตือรือร้น ซึ่งสิ่งที่ผู้เข้ารับการอบรมแสดงออกมานั้นเป็นสิ่งที่อยู่ภายในใจลึก ๆ ของแต่ละคน จะทำให้เราเป็นภาวะผู้นำผู้ตามได้ประโยชน์มากกว่าจะสอนบรรยายอยู่แต่ภายในห้อง


          หัวหน้างานของห้างสรรพสินค้าแมคโครสามารถตามหาสินค้าต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพมาก แต่ไม่สามารถตามหาสินค้าชิ้นสุดท้ายที่ระบุว่า ราคา 247 บาท ขนาด 1ลิตรได้ สาเหตุเพราะนักศึกษาเขียนปริมาณของสินค้าผิดไปจาก 1.6 ลิตรเหลือเพียง 1 ลิตร ผมทราบตั้งแต่ตอนที่กลุ่มผู้เข้ารับการฝึกอบรมเดินไปมุงดูสินค้าชนิดนี้แต่ไม่ได้จดบันทึกอะไร เมื่อผมเดินไปดูจึงทราบว่า นักศึกษาจดผิด ผมบอกนักศึกษาว่า 

          “...ดีแล้ว เขาเป็นพนักงานระดับหัวหน้างาน เขาควรต้องรู้จักสินค้าทุกอย่างในห้างสรรพสินค้าดีกว่าพนักงานทั่วไป เพราะในชีวิตจริงเมื่อลูกค้าต้องการ ลูกน้องตามหาไม่ได้ เมื่อมาถามหัวหน้างาน หัวหน้าจะตอบว่า ไม่รู้ไม่ได้...”

          ผมบอกนักศึกษาเพิ่มเติมว่า การเป็นวิทยากรต้องรู้จักพลิกแพลงสถานการณ์ ต้องมีทักษะในการสรุปผลการเรียนรู้ การเรียนรู้ไม่จำเป็นต้องเรียนรู้จากความสำเร็จเสมอไป เราสามารถเรียนจากความล้มเหลวก็ได้

          ส่วนนักศึกษาสามารถสรุปการเรียนรู้จากกิจกรรมนี้ได้หลายอย่าง ไม่เฉพาะเกี่ยวกับการสื่อสารเท่านั้น สิ่งที่นักศึกษาได้เรียนรู้ข้อหนึ่งคือ เมื่อเราเปรียบกติกาของเกมเป็นรายการสินค้าที่ลูกค้าต้องการ ในชีวิตจริง บางครั้งลูกค้าไม่สามารถจดจำรายละเอียดสินค้าได้ อาจจะเขียนมาผิดพลาดคลาดเคลื่อนบ้าง นับเป็นเรื่องที่จริงที่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมต้องเจอ แต่การมัวลังเลใจไปค้นหาสิ่งของที่ไม่รู้ว่ามีหรือไม่มี ย่อมทำให้ลูกค้าเสียเวลารอนาน ทั้ง ๆ ที่สินค้าอื่น ๆ สามารถค้นหาให้ลูกค้าสำเร็จเสร็จสิ้นตั้งแต่ 15-30 นาทีแรกแล้ว ดังนั้น ผู้เข้ารับการอบรมต้องมีความมั่นใจและตัดสินใจต้องเด็ดขาด ไม่เช่นนั้น ผู้เข้ารับการอบรมอาจจะเสียเวลาและเสียโอกาสในการขายสินค้าทั้งหมดได้ และถ้าหากว่า ผู้เข้ารับการอบรมมีความมั่นใจว่า สินค้าชิ้นนั้นไม่มีวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าของเรา สิ่งที่ควรรีบดำเนินการ คือ บอกลูกค้าอย่างตรงไปตรงมาเพื่อไม่ให้ลูกค้าเสียเวลารอนาน อีกทั้ง ยังสามารถเสนอขายสินค้าชนิดอื่นหรือแนะนำสินค้าใกล้เคียงเพื่อทดแทนให้กับลูกค้าได้ จะสามารถช่วยสร้างความประทับใจได้มากกว่า นักศึกษาสรุปเป็นประโยคสั้นว่า “การทำงานในวันนี้จึงทำให้เห็นว่า เมื่อเราพลิกแพลงสถานการณ์เป็น จะไม่มีคำว่าผิดพลาดในการทำงาน”

          สรุปว่า วันนี้ ผมได้มีโอกาสสอนทั้งผู้เข้ารับการอบรมและสอนนักศึกษาในสองมิติ คือ มิติหนึ่งในฐานะหัวหน้างานที่ต้องเก่งคน เก่งงานและเก่งคิด มิติที่สองในฐานะพี่เลี้ยงวิทยากรน้องใหม่ที่ต้องสามารถพลิกแพลงสถานการณ์และสามารถสร้างรูปแบบการเรียนรู้ในมิติที่แตกต่างจากการเรียนรู้ที่เคยเห็นในประเทศนี้

          หลังเสร็จสิ้นจากการบรรยาย ผมตัดสินว่าจะพานักศึกษาไปเรียนรู้กระบวนการทัศน์หรือ Paradigm ที่วัดร่องขุ่น หน้าตาของนักศึกษาเปลี่ยนไปทันที ไม่ใช่เพราะได้เที่ยว ในใจผมคิด แต่คงเป็นเพราะจะได้พักผ่อนคลายเครียดจากการเป็นทั้งผู้ให้และผู้รับมาทั้งวัน ตลอดเวลาที่อยู่ในวัด ผมอธิบายสัญญะต่าง ๆที่อาจารย์เฉลิมชัยออกแบบวัด ไม่ใช่แค่สวยงามแต่ที่นี่ยังแฝงไปด้วยหลักธรรมคำสอนที่อาจารย์น้อมนำมาใส่ไว้ในพุทธศิลป์ โดยที่นักท่องเที่ยวทั่วไป ไม่เคยถามเลย อาทิ มือที่ยานก่อนข้ามสะพานสู่พุทธาวาสนั้นมีกี่มือ เป็นต้น

          ผมถอดบทเรียนให้นักศึกษาได้เห็นคุณค่าการทำงานที่มีความแตกต่าง เป็นการสร้างสรรค์ที่ไม่แปลกแยก และสอดแทรกคติธรรมไว้ในศิลปะที่ตนเองรัก เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้นักศึกษาเห็นถึงความพยายามของคนธรรมดาที่มีความกตัญญูกตเวทีต่อชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์

“ความยิ่งใหญ่ไม่ได้อยู่ที่วัตถุ อยู่ที่จิตใจแห่งการให้ต่างหาก”

 

Read 8346 times Last modified on วันอาทิตย์, 01 พฤษภาคม 2559 07:23
สุดปฐพี เวียงสี

"ผมเดินทางเป็นวิทยากรทั่วประเทศ ไม่ใช่คนเก่ง ไม่ใช่คนที่วิเศษมาจากไหน ผมเดินทางตามความฝันของตนเอง ผ่านประสบการณ์การเรียนรู้ ผ่านตำราวิชาการที่ซื้ออ่าน ผ่านการพูดคุยกับผู้คน เก็บไว้ก็มีแต่จะเลือนหายไปไม่มีประโยชน์ จึงอยากจะแบ่งปันสิ่งที่ได้อ่าน สิ่งที่ได้เห็น ชีวิตที่เป็นกับผู้สนใจใคร่รู้"

Leave a comment

Make sure you enter the (*) required information where indicated. HTML code is not allowed.