สอน Waldolf กับนักศึกษาฝึกงาน

Written by 

 

สอน Waldolf กับนักศึกษาฝึกงาน

“ขอให้เธอเบิกบานกับการรับใช้เพื่อนมนุษย์ ขอให้เธอเบิกบานในธรรม”

(ว.วชิรเมธี)

 

          เริ่มต้นของการเดินทางพร้อมด้วยนักศึกษาฝึกงานคนแรกและคนสุดท้าย โดยการที่ผมขับรถจากลำปางเพื่อไปรับนักศึกษาที่จังหวัดเชียงใหม่ ไม่ใช่เพราะตั้งใจไปรับนักศึกษาหรอก เพียงเพราะต้องไปดูโน้ตบุ๊กมือสองให้พี่ชายนายสุดแดนที่จังหวัดลำพูนและเชียงใหม่ จึงเลยเถิดไปรับ และพิจารณาเห็นว่า นักศึกษาจะได้ประหยัดค่ารถโดยสารสาธารณะด้วย 

          หลังจากการตะลอนดูโน้ตบุ๊กให้พี่ชาย ถึงเวลาพอสมควร ผมโทรศัพท์ติดต่อนักศึกษาฝึกงานเพื่อนัดหมายสถานที่รับ นั่นคือ หอพักของนักศึกษาใกล้มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เมื่อถึงหน้าหอพัก ผมพบเด็กสาวหน้าตาตื่นเต้นยืนรอด้วยกระเป๋าเดินทางใบใหญ่มาก เน้นว่าใหญ่มาก ประหนึ่งว่า เธอกำลังจะเดินทางไปไกลถึงอเมริกา ผมแอบแซวว่า นี่จะเดินทางไปต่างประเทศหรือ แต่ในใจผมนึกถึงหวานใจอาหมวยของผม เวลาเธอเดินทางไปที่ไหน เธอจะมีกระเป๋าใหญ่ขนาดนี้เหมือนกัน คงเป็นความอุ่นใจในความพร้อมของสุภาพสตรีที่บุรุษอย่างผมยากที่จะเข้าใจ

          ตลอดเวลาการเดินทางสิ่งที่ผมคำนึง คือ สถานที่พักของนักศึกษา เหตุเพราะเป็นนักศึกษาผู้หญิง และต้องพักอาศัยอยู่ที่จังหวัดเชียงรายเป็นเวลานานมากถึง 8 วัน สิ่งแรกเมื่อเดินทางมาถึงจังหวัดเชียงราย คือ การหาโรงแรมที่พักที่ต้องปลอดภัย สะอาดและนักศึกษาสามารถดูแลตนเองได้ เป้าหมายแรกของผม คือ ที่พักแถวหอนาฬิกาเพราะมีร้านอาหารอยู่เป็นจำนวนมาก ผู้คนพลุกพล่าน ระหว่างหาโรงแรมที่พักอยู่นั้น เป็นช่วงเวลาหอนาฬิกาทองคำกำลังเปล่งประกายแสงเจิดจรัสและกำลังจะทำหน้าที่บอกเวลาที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน ผมตัดสินใจจอดรถข้างโรงแรมวังคำ โดยมีเป้าหมายสองประการ คือ หาโรงแรมที่พักและให้นักศึกษาได้เห็นความเป็นหนึ่งเดียวของนาฬิกาทองคำ ผลงานการออกแบบของศิลปินแห่งชาติ คือ อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ผู้รังสรรค์ปั้นแต่งวัดร่องขุ่นให้เป็นพุทธศิลปะที่งดงามของโลก หลังจากนั้น ผมพานักศึกษามารับประทานอาหารเย็นใกล้กับโรงแรมจันทร์สม ผมถือโอกาสเข้าไปสอบถามราคา คุณภาพของห้องพัก และขอเข้าไปดูสภาพของห้องพักด้วยตนเอง ผมตัดสินใจให้นักศึกษาพักอยู่ ณ ที่นี่ เพราะที่นี่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง สามารถเดินด้วยเท้าไปยังตลาดไนท์บาร์ซ่า หอนาฬิกา สวนตุงและโคมเฉลิมพระเกียรติ อันเป็นสถานที่จัดงานดอกไม้นานาชาติได้อย่างสบาย อีกทั้ง ผมพิเคราะห์แล้วเห็นควรว่า การจะพานักศึกษาสาวไปรับประทานอาหารเย็นด้วยทุกวันดูจะเป็นการประคบประหงมเกินกว่าเหตุ และไม่เหมาะไม่ควรแก่ทั้งตัวผมและนักศึกษาเอง ผมจึงเห็นควรให้นักศึกษาต้องรู้จักดูแลตนเอง รับผิดชอบตนเองบ้าง ก่อนจากลา ผมโยนโจทย์ท้าทายให้นักศึกษาสั้นว่า “พรุ่งนี้เตรียมสอนด้วยนะ”

          เช้าวันรุ่งขึ้น สิ่งแรกที่ผมเริ่มต้นชีวิตของการเป็นอาจารย์ที่มีนักศึกษามาฝึกงานด้วย คือ การรับประทานอาหารเช้า แม้ว่า ผมจะไม่รับประทานอาหารเช้ามาตั้งแต่อายุ 11 ขวบ แต่เพราะเมื่ออาจารย์    วชิรวิทย์ ราชประสิทธิ์หรืออาจารย์ปลั๊ก ลูกศิษย์อีกคนหนึ่งนั้นเป็นคนที่ต้องรับประทานอาหารเช้า เพราะอาจารย์ปลั๊กไม่รับประทานอาหารเย็นมาเป็นระยะเวลาปีกว่า ส่งผลให้นับแต่นั้นผมเลยกลายเป็นคนที่หันมารับประทานอาหารเช้าโดยปริยาย

          ร้านข้าวมันไก่ลำปาง คือ จุดหมายในการรับประทานอาหารเช้ามือแรกที่เชียงราย ผมเชื่อว่า นักศึกษาไม่ได้สังเกตชื่อร้านอย่างแน่นอน ประเทศไทยนี้สร้างแบรนด์ได้แปลกมาก ขายที่เชียงรายแต่ชื่อร้านข้าวมันไก่ลำปาง ด้วยความที่เป็นลูกค้าประจำกันมาอย่างยาวนาน ผมจึงแนะนำหญิงสาวพราวเสน่ห์ให้ป้าเจ้าของร้านได้รู้จัก แน่นอนสายตาของป้าไม่ค่อยเชื่อนักว่า หญิงสาวคนนี้จะเป็นนักศึกษาฝึกงาน เหตุเพราะเธอไม่ได้สวมใส่ชุดนักศึกษาดังเช่นที่ผมแนะนำ แต่เธอกลับใส่ชุดทำงานสวยงาม เป็นเรื่องธรรมดาของผู้คนในสังคมไทยที่ชายหนุ่มหญิงสาวมานั่งรับประทานอาหารยามเช้าด้วยกันแล้วจะบอกว่า ไม่ได้เกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันกัน สิ่งที่ผมจะช่วยให้บรรยากาศการเรียนรู้ของป้าง่ายขึ้นและเข้าใจได้ดีขึ้น คือ การบอกกับป้าเจ้าของร้านข้าวมันไก่ว่า ผู้หญิงผิวสีแทนแบบนักศึกษาไม่ใช่สีผิวที่ผมโปรดปราน ไม่ใช่เป้าหมายในการสร้างความสัมพันธ์ฉันท์ชู้สาว เพราะเป็นลูกศิษย์ สถานะหนึ่งเป็นเหมือนลูกสาว อีกสถานะหนึ่งเป็นเหมือนศิษย์ เป็นเรื่องลำบากใจที่จะต้องดูแลหญิงสาวพราวเสน่ห์คนนี้ หลังจาก ผมบอกออกไป สีหน้าของป้าเปลี่ยนไป มันเป็นจิตวิทยาขั้นพื้นฐานในการบริหารจัดการความขัดแย้ง แน่นอน ผมเชื่อว่า นักศึกษาของผมไม่เข้าใจ ผมนั่งรับประทานข้าวมันไก่ไปและนั่งเขี่ยโทรศัพท์ของผมไปตามประสาจนข้าวมันไก่หมดจาน

 

          กระบวนการเรียนรู้ตามแนวคิดของวอลดอร์ฟ (Wardolf) เกิดขึ้นแล้วโดยที่นักศึกษาไม่รู้ตัว เป็นแนวคิดที่ใช้หลักการแสวงหาความจริงตามแนวมนุษย์ปรัชญา (Anthroposophy) พัฒนาเป็นศาสตร์แห่งจิตวิญญาณ (Spiritual Science) เพื่อพัฒนามนุษย์ไปสู่ความเป็นหนึ่งเดียวกับสรรพสิ่งนั่นคืออิสระและการหลุดพ้น หัวใจสำคัญของการจัดการศึกษาแบบ Waldolf คือ ครูมีความรักต่อเด็กด้วยใจจริงและศรัทธาในพลังที่ซ่อนอยู่ในตัวเด็กทั้ง 2 สิ่งคือกุญแจไขนำไปสู่ขุมพลังในตัวเด็กกระตุ้นให้เด็กแสดงพลังนั้นออกมากและพัฒนาอย่างสูงสุด

          แค่การก้าวย่างออกจากห้องเรียนเพื่อมาเรียนในโลกแห่งความจริงด้วยแรงใฝ่แห่งตน Waldolf ก็เข้าสิงในจิตและวิญญาณของนักศึกษาฝึกงานของผมแล้ว

 

Read 17741 times
สุดปฐพี เวียงสี

"ผมเดินทางเป็นวิทยากรทั่วประเทศ ไม่ใช่คนเก่ง ไม่ใช่คนที่วิเศษมาจากไหน ผมเดินทางตามความฝันของตนเอง ผ่านประสบการณ์การเรียนรู้ ผ่านตำราวิชาการที่ซื้ออ่าน ผ่านการพูดคุยกับผู้คน เก็บไว้ก็มีแต่จะเลือนหายไปไม่มีประโยชน์ จึงอยากจะแบ่งปันสิ่งที่ได้อ่าน สิ่งที่ได้เห็น ชีวิตที่เป็นกับผู้สนใจใคร่รู้"

Leave a comment

Make sure you enter the (*) required information where indicated. HTML code is not allowed.