วัฒนธรรม 4.0 เปลี่ยนคุณค่าให้เป็นมูลค่า

Written by 

การก้าวข้ามผ่านกับดักประเทศรายได้ปานกลางจากประเทศไทย 3.0 สู่ประเทศไทย 4.0 อาจทำให้คนทั่วไปคิดแต่เพียงว่าประเทศไทย 4.0 มีเฉพาะมิติที่เกี่ยวกับสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมเท่านั้น ไม่จริงเลยการก้าวสู่ความเป็นประเทศไทย 4.0 ยังมีหลายมิติที่เกี่ยวข้อง อาทิ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อุตสาหกรรม สังคม การศึกษาและวัฒนธรรม

 

ประเทศไทย 4.0 กับวัฒนธรรมไม่ได้อยู่ไกลกัน วัฒนธรรมเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาเป็นเวลาช้านานนับแต่ประเทศไทย 1.0 สังคมเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม วัฒนธรรมที่ปรากฏให้เห็น เช่น การลงแขกเกี่ยวข้าว เป็นต้น ประเทศไทย 2.0 กระแสยุคทองของอุตสาหกรรมก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมอุตสาหกรรมเบา รากเหง้าของวัฒนธรรมที่ปรากฏให้เห็น เช่น งานฝีมือ (Craftsmanship) อุตสาหกรรมในครัวเรือน (Cottage Industry) อุตสาหกรรมจักสาน เป็นต้น ประเทศไทย 3.0 เป็นการก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมหนัก
ด้วยกระแส Globalization คนในสังคมเริ่มมีความคิด มีความเป็นอยู่แบบตะวันตก (Westernization) เพิ่มมากขึ้น ยุคประเทศไทย 3.0 มีพัฒนาการที่ค่อนข้างบอบบาง เป็นการพัฒนาบนการปักชำหรือมีการเจริญเติบโตบนรากแขนง เป็นการเร่งรีบเจริญเติบโต เพื่อตามให้ทันประเทศอื่นที่ทันสมัย มีการนำอุตสาหกรรมของต่างประเทศเข้ามาผ่านการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ผลที่ตามมา คือ ประเทศมีความทันสมัยมากขึ้น แต่ความเป็นจริงกลับไม่เจริญ เพราะเทคโนโลยีต่างๆ ไม่ใช่ของไทย อีกทั้ง รากเหง้าของวัฒนธรรมไทยได้เริ่มจางหายไปในช่วงยุคนี้

ประเทศไทย 4.0 จำเป็นต้องเปลี่ยนจากการเจริญเติบโตแบบรากแขนงเป็นการเจริญเติบโตแบบรากแก้ว โดยอย่างน้อยต้องยืนอยู่บนลำแข้งของตนเองเป็นลำแข้งขององค์ความรู้ วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และวัฒนธรรมของตนเอง เพื่อวันหนึ่งจะได้มีอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งและวิสาหกิจที่แข็งแรง

การก้าวสู่ประเทศไทย 4.0 จะต้องหลุดพ้นจาก 1) กับดักความไม่สมดุล 2) กับดักความเหลื่อมล้ำ 3) กับดักรายได้ปานกลาง โดยอาศัยการขับเคลื่อนด้วยปัญญา (นวัตกรรม องค์ความรู้ และการบริหารจัดการ) ในทิศทางที่นำสิ่งที่มีคุณค่ามาสร้างให้เกิดมูลค่า และต้องรักษาความสมดุลระหว่างการสร้างมูลค่า และการรักษาคุณค่า ที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยขับเคลื่อนผ่านระบอบทุนนิยมที่เน้นทางวัตถุ (Materialistic Capitalism) แต่ในวันนี้มนุษย์เริ่มเรียกหาทุนนิยมที่เน้นในความเป็นมนุษย์ (Humanistic Capitalism) ไม่ว่าจะอยู่ในบริบทของปัจเจกบุคคล หรือในบริบทของการอยู่ร่วมกันในสังคม ซึ่งทั้งหมดนั้นจะอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุลต้องอาศัยวัฒนธรรมเป็นส่วนประสานที่สำคัญ

ความท้าทายใหม่ของกระทรวงวัฒนธรรมจึงอยู่ที่การรักษาตัวตนความเป็นไทย ประกอบด้วย อุตสาหกรรมวัฒนธรรม (Cultural Industry) เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม (Cultural Identity) และแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม (Cultural Heritage) ซึ่งทั้งหมดต้องผ่านการผสมผสานแนวคิดใหม่ ๆ ของเทคโนโลยี วัฒนธรรม และการดำรงชีวิต เพื่อสร้างเสน่ห์ แปลงมูลค่าเป็นคุณค่า โดยคุณค่าแท้ๆ ของความเป็นไทยสามารถสร้างมูลค่าได้ในระดับหนึ่ง แต่ถ้ามีคุณค่าความเป็นไทยผสมผสานกับองค์ประกอบอื่นด้วยย่อมจะเป็นการส่งเสริมให้เกิดเวทีของ Creative Industry และ Creative Economy ขึ้น

 

วัฒนธรรมไทย 4.0 ประกอบไปส่วนสำคัญที่ต้องพิจารณาด้วยกัน 2 ประการ คือ

1. การแปลงคุณค่าเป็นมูลค่า และนำมูลค่าที่ได้ไปเติมแต่งรักษาให้เกิดคุณค่าที่เพิ่มขึ้น ในลักษณะเป็นวงจรที่เสริมส่งซึ่งกันและกัน

2. การค้าในอนาคตเป็นการเลื่อนไหลอย่างอิสระไม่ใช่แต่เฉพาะสินค้าและบริการเท่านั้น แต่เป็นการเลื่อนไหลอย่างอิสระของความคิด ความสร้างสรรค์และข้อมูล

คนไทย 4.0 จะต้องมีวัฒนธรรม 4.0 หน้าตาของคนไทย 4.0 จะต้องเปลี่ยนจาก

1. คนไทยที่มีความรู้ ทักษะและความสามารถจำกัด เป็นคนไทยที่มีความรู้ ทักษะและความสามารถสูง

2. คนไทยที่เห็นแก่ตัว เป็น คนไทยที่รับผิดชอบต่อสังคม มีจิตสาธารณะกลับคืนสู่สังคมแห่งการเกื้อกูลและแบ่งปัน (Caring & Sharing Society) เพื่อรองรับพลวัตในศตวรรษที่ 21 เราต้องเปลี่ยนคนไทยที่เป็น Analog Thai ให้เป็น Digital Thai เพื่อสอดรับกับโลกยุคดิจิตอลและคนไทยที่เป็น Thai - Thai เป็นคนไทยที่เป็น Global – Thai

บทบาทของกระทรวงวัฒนธรรมที่สำคัญและมีส่วนเกี่ยวข้องเป็นอย่างมาก นอกเหนือจากการส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ วัฒนธรรม และบริการที่มีมูลค่าสูงแล้ว กระทรวงวัฒนธรรมจะต้องมุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ และพัฒนานวัตกรรม เพื่อสร้างคุณค่าและมูลค่าให้แก่สินค้าและบริการทางวัฒนธรรมเพิ่มมากขึ้นใน 4 ลักษณะที่สำคัญ คือ

1. อยู่บนพื้นฐานของความรู้และภูมิปัญญา (Knowledge Based)

2. มีความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม (Creative & Innovation)

3. มีความโดดเด่นหรือสร้างความแตกต่าง (Differentiation)

4. มีตัวตนที่เป็นเอกลักษณ์หรือตราสินค้า (Brand) ที่ชัดเจน

 

นอกจากนี้ เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาวัฒนธรรมไทยสู่วัฒนธรรมไทย 4.0 อย่างเป็นรูปธรรม กระทรวงวัฒนธรรมจำต้องเร่งส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ วัฒนธรรม และบริการที่มีมูลค่าสูง โดยเริ่มจากสินค้าและการบริการทางวัฒนธรรมที่มีศักยภาพ 5 F ประกอบด้วย

1. อาหาร (Food)

2. ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ (Film)

3. ผ้าไทยและการออกแบบแฟชั่น (Fashion)

4. มวยไทย (Fighting)

5. การอนุรักษ์และขับเคลื่อน เทศกาล ประเพณีสู่ระดับโลก (Festival) โดยจะร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในลักษณะการสานพลังประชารัฐ เพื่อพัฒนาสินค้าและบริการดังกล่าว ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและลูกค้า เชื่อมโยงความร่วมมือทั้งภายในและภายนอกประเทศ เช่น ประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่ม CLMV รวมถึงกลุ่มประเทศ ASEAN และ ASEAN+6 ทั้งนี้ จำเป็นต้องมีการกำหนดเป้าหมายและยุทธศาสตร์การพัฒนาในเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจัง ต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม  

อ้างอิง

วีระ โรจน์พจนรัตน์. (2559) .แหล่งที่มา เว็บไซด์กระทรวงวัฒนธรรม. www.m-culture.go.th

สุวิทย์ เมษินทรีย์. (2559). วัฒนธรรม 4.0 Spectrum แห่งความเป็นไทย.www.facebook.com/drsuvitpage

Read 43958 times
สุดปฐพี เวียงสี

"ผมเดินทางเป็นวิทยากรทั่วประเทศ ไม่ใช่คนเก่ง ไม่ใช่คนที่วิเศษมาจากไหน ผมเดินทางตามความฝันของตนเอง ผ่านประสบการณ์การเรียนรู้ ผ่านตำราวิชาการที่ซื้ออ่าน ผ่านการพูดคุยกับผู้คน เก็บไว้ก็มีแต่จะเลือนหายไปไม่มีประโยชน์ จึงอยากจะแบ่งปันสิ่งที่ได้อ่าน สิ่งที่ได้เห็น ชีวิตที่เป็นกับผู้สนใจใคร่รู้"

Leave a comment

Make sure you enter the (*) required information where indicated. HTML code is not allowed.