Cultural DNA สู่วัฒนธรรม 4.0

Written by 

ค่านิยม หมายถึง ทัศนะของคนหรือสังคมที่มีต่อสิ่งของ ความคิด และเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความปรารถนา คุณค่าและความถูกต้องของสังคมนั้นๆ เช่นค่านิยมของคนไทยที่ถือว่าความสงบสุขทางจิตใจและการทำบุญให้ทานเป็นสิ่งที่พึงปรารถนา การเคารพเชื่อฟังบิดามารดาและการกตัญญูรู้คุณเป็นสิ่งที่ควรยกย่อง

 

ประเภทของค่านิยม

ค่านิยมนั้นกล่าวกันโดยทั่วไปมี 2 ประเภท คือ ค่านิยมส่วนบุคคลและค่านิยมของสังคม

1. ค่านิยมส่วนบุคคล หมายถึง สิ่งที่ตนสนใจ สิ่งที่ตนปรารถนาจะได้ ปรารถนาจะเห็นหรือกลับกลายมาเป็นสิ่งที่คนถือว่าเป็นสิ่งบังคับ ต้องทำต้องปฏิบัติ เป็นสิ่งที่คนบูชายกย่อง และมีความสุขจะได้เห็น ได้ฟัง ได้เป็นเจ้าของ

2. ค่านิยมของสังคม หมายถึง ค่านิยมของคนส่วนใหญ่ในสังคมกล่าวคือสมาชิกของสังคมส่วนใหญ่ยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ดีงามหรือควรแก่การปฏิบัติสิ่งหรือสถานการณ์นั้นก็จะกลายเป็นค่านิยมของสังคมนั้นๆ

ความสำคัญของค่านิยม

1 .ช่วยเสริมสร้างหลักศีลธรรม ซึ่งบุคคลจะใช้ในการพิจารณา การกระทำของตนอย่างมีเหตุผล

2. ช่วยให้บุคคลตัดสินใจว่าสิ่งใดผิด สิ่งใดถูก ดีหรือไม่ดี มีคุณค่าหรือไม่มีคุณค่าควรทำหรือไม่ควรทำ

3. มีอิทธิพลเหนือบุคคลในการเลือกคบหาสมาคมกับบุคคลอื่น และเลือกกิจกรรมทางสังคม ซึ่งตนจะต้องเข้าไปร่วมด้วย

4. ช่วยให้บุคคลกำหนดความคิดและแนวทางปฏิบัติ

5. ช่วยสร้างมาตรฐาน และแบบฉบับจากการประพฤติปฏิบัติของบุคคล

 

สำหรับค่านิยมในศตวรรษที่ 21 มีอยู่ 2 ประการคล้ายคลึงกับค่านิยมทั่วไป คือ

1. ค่านิยมปัจเจกนิทัศน์ (Self-Expression Value) คือ ค่านิยมที่แสดงความเป็นตัวของตัวเอง กล้าที่จะแสดงออกซึ่งความเป็นตัวของตัวเอง

2. ค่านิยมจิตสาธารณะ (Communal Value) คือ ค่านิยมที่รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคม อยากช่วยเหลือสังคมให้ดีขึ้น

ค่านิยมทั้ง 2 ประการนี้ ไม่ได้ขัดแย้งกันแต่ประการใด การกล้าแสดงออกต้องมาพร้อมกับความกล้าในการรับผิดชอบต่อสิ่งที่แสดงออกด้วย และต้องเป็นคนที่มีจิตสาธารณะ เป็นคนที่ยึดส่วนรวมเป็นที่ตั้ง สังคมจึงจะน่าอยู่มากขึ้น การสร้างคนไทย 4.0 ให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมไทย 4.0 จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องบูรณาการร่วมกันระหว่างกระทรวงศึกษาธิการกับกระทรวงวัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การพัฒนาคนไทย 4.0 ให้ตอบโจทย์ความต้องการกำลังคนใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ล้วนมีเรื่องการศึกษาและวัฒนธรรมเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องอยู่ด้วยไม่มากก็น้อย

1) กลุ่ม Food, Agriculture, Bio - Tech โดยในเรื่องอาหารเป็นภูมิปัญญาที่สั่งสมกันมาของบรรพบุรุษไทย เป็นเรื่องของ Foods as Culture ในเรื่องการเกษตร ประเทศไทยมีความหลากหลายเชิงชีวภาพ ดังนั้นจึงควรให้ความสำคัญกับสินค้าเกษตรตัวอื่นนอกเหนือจากข้าว ยาง มัน ปาล์ม ตลอดจนการรักษาวัฒนธรรมทางการเกษตร เช่น การเก็บเกี่ยว การลงแขก การเกื้อกูลและแบ่งปัน เป็นต้น

2) กลุ่ม Health Wellness & Bio-Med เรื่องการแพทย์แผนไทย เรื่องสมุนไพรและแพทย์แผนไทย เป็นภูมิปัญญาของไทยที่มีศักยภาพสูงมาก ยิ่งถ้าสามารถเชื่อมต่อกับเรื่อง Organics และ Natural Products ต่างๆ จะทำให้สามารถต่อยอดไปได้อีกมากมาย

3) กลุ่ม Smart Devices, Robotics & Mechatronics กระทรวงวัฒนธรรมสามารถเข้าไปช่วยดูได้ในเรื่องหุ่นยนต์ที่เข้ามาช่วยดูแลผู้สูงอายุร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ต้องทำให้เกิดความสัมพันธ์ในครอบครัวในรูปแบบของ Human Technology Civilization วัฒนธรรมภายในครอบครัวจะเปลี่ยนแปลงไป กระทรวงวัฒนธรรมต้องรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมมนุษย์ ปฏิสัมพันธ์ของผู้คนที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี

4) กลุ่ม Digital, Internet of Things & Embedded Technology มีส่วนสำคัญให้คนเข้าถึงกันได้มากขึ้น เป็นการเปลี่ยนแปลงในตัวคนโดยอาศัยเทคโนโลยี จาก Physical Humanity ไปสู่ Digital Humanity กลายเป็นเรื่องวัฒนธรรมชุดใหม่ เพราะเป็นความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ใน Digital Platform

เมื่อความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์เปลี่ยนไปเนื่องจาก Mobility เพิ่มขึ้น Connectivity เพิ่มขึ้น Interactivity เพิ่มขึ้น ความสัมพันธ์ของคนเปลี่ยนแปลงไป ก่อเกิดวัฒนธรรม 3 ชุดใหม่

(1) New Culture of Living
(2) New Culture of Learning
(3) New Culture of Working

กระทรวงวัฒนธรรมต้องเตรียมพร้อมรับมือกับอนาคตของคนไทย 4.0 ที่จะมีวัฒนธรรมในการเรียนรู้ วัฒนธรรมในการทำงาน หรือจะมีวัฒนธรรมในการดำรงชีวิตอย่างไร การมีชีวิตอยู่อย่างปกติสุข ในรูปแบบที่แตกต่างจากศตวรรษที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง

5) กลุ่ม Culture, Creative & High Value Services กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงวัฒนธรรมต้องร่วมมือกันสร้าง Cultural DNA ของคนไทย ประกอบด้วย 5 Fs ได้แก่

(1) Fun ความสนุก
(2) Flexible ความยืดหยุ่น
(3) Friendly ความเป็นมิตร
(4) Flavoring ความมีรสชาติ
(5) Fulfilling การเต็มที่กับชีวิต

จาก 5 Fs DNA นำไปสู่ 5 F Model คือ

(1) Fighting มวยไทยเป็นวัฒนธรรมของไทยแท้ ๆ ปัจจุบันมีค่ายมวยทั่วโลก ประมาณ 3-4 หมื่นแห่ง มีทั้งได้มาตรฐานและไม่ได้มาตรฐาน ถ้าเข้าไปจัดระเบียบให้เป็นเรื่องเป็นราว พลังจะเกิดขึ้นอย่างมหาศาล

(2) Festivals เพราะคนไทยมีความสนุกจึงมีเทศกาลต่าง ๆ เช่น สงกรานต์ ลอยกระทง โจทย์ที่ท้าทายคือ ทำอย่างไรให้เทศกาลของไทยยิ่งใหญ่ในระดับโลกเช่นเดียวกับงาน Carnival ของประเทศบราซิล

(3) Foods ซึ่งอยู่ระหว่าง Foods as Culture ที่เริ่มตั้งแต่การเพาะปลูก วิถีชีวิตของเกษตรกร ตำรับอาหารไทย กับ Foods as Function ที่มีการนำเอาความคิดสร้างสรรค์ การวิจัยและวิทยาศาสตร์เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง

(4) Fashions ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่ที่เสื้อผ้า ยังรวมถึงเครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ ของตกแต่งและสิ่งอำนายความสะดวกอื่น ๆ ซึ่งยังต้องการ Creative Concepts ใส่ Design Thinking และคิดค้น Business Models พร้อม ๆ กับมีแก่นแท้ (Essences) ของความเป็นไทยใส่เข้าไป อาทิ แฟชั่นผ้าขะม้า เป็นต้น

(5) Films, Animation & Games ซึ่งสามารถใส่ Creative Content ลงไปได้มาก แต่สามารถสอดแทรก Cultural Content ได้อยู่ไม่น้อย

 

ถ้าเราเดินทางตามทางที่มองเห็นได้เมื่อไหร่ การเริ่มต้นของวัฒนธรรมไทย 4.0 จะเปลี่ยนคุณค่าให้เป็นมูลค่าได้อย่างมหาศาล

 

อ้างอิง

สุวิทย์ เมษินทรีย์. (2559). วัฒนธรรม 4.0 Spectrum แห่งความเป็นไทย.www.facebook.com/drsuvitpage

Read 33574 times
สุดปฐพี เวียงสี

"ผมเดินทางเป็นวิทยากรทั่วประเทศ ไม่ใช่คนเก่ง ไม่ใช่คนที่วิเศษมาจากไหน ผมเดินทางตามความฝันของตนเอง ผ่านประสบการณ์การเรียนรู้ ผ่านตำราวิชาการที่ซื้ออ่าน ผ่านการพูดคุยกับผู้คน เก็บไว้ก็มีแต่จะเลือนหายไปไม่มีประโยชน์ จึงอยากจะแบ่งปันสิ่งที่ได้อ่าน สิ่งที่ได้เห็น ชีวิตที่เป็นกับผู้สนใจใคร่รู้"

Leave a comment

Make sure you enter the (*) required information where indicated. HTML code is not allowed.