รู้ไหม ทำไมโลกเปลี่ยนไป

Written by 

วิวัฒนาการการเปลี่ยนแปลงของโลกดูได้จากโทรศัพท์มือถือ จากระยะเวลาไม่กี่ปี สามารถเติบโตเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว สิ่งที่ทำให้โลกเปลี่ยนแปลงได้แบบนี้ คือ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Science and Technology)

 

บุคคลที่ทำให้โลกเปลี่ยนแปลงและทำนายอนาคตของโลกได้แม่นยำคนหนึ่ง คือ กอร์ดอน มัวร์ (Gordon E. Moore) ผู้อำนวยการวิจัยและพัฒนาของบริษัท แฟร์ซายด์เซมิคอนดัคเตอร์ จำกัดเป็นผู้อยู่ในวงการวิจัยและพัฒนา ผลิตภัณฑ์ และการค้นคว้า ทางด้านสารกึ่งตัวนำ ต่อมา เขาได้เป็นผู้บุกเบิกและร่วมสร้างบริษัทอินเทลจนมีชื่อเสียงโด่งดังและประสบผลสำเร็จ การผลิตและการค้นคว้าทางด้านสารกึ่งตัวนำส่วนใหญ่ของแฟร์ซายด์จะอยู่ในการดำเนินการของมัวร์เขาได้คลุกคลีกับเทคโนโลยีมาอย่าง ต่อเนื่อง และยาวนานจากการสังเกตและคาดคะเนแนวโน้มทางเทคโนโลโลยีของมัวร์ในที่สุดเขาได้ตั้งกฎของมัวร์ (Moore's Law) จนเป็นที่ยอมรับ และทำให้การคาดคะเนอนาคตได้ใกล้เคียง ความเป็นจริง

 

กฎของมัวร์ (Moore's law) is the observationthat the number of transistors in a dense integrated circuit doubles approximately every two years. ปริมาณของทรานซิสเตอร์บนวงจรรวม โดยจะเพิ่มเป็นเท่าตัวประมาณทุก ๆ สองปี

 

ด้วยกฎของมัวร์ (Moore's law) ปริมาณความจุของอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์มีความสามารถมากขึ้น

จากกฎของมัวร์ส่งผลให้เกิดการจัดเก็บข้อมูลทางดิจิทัลมีมากขึ้น ในปัจจุบัน เราจัดเก็บข้อมูลดิจิทัลมากถึง 94%

ส่งผลให้เกิดปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) หรือ (AI) หมายถึงความฉลาดเทียมที่สร้างขึ้นให้กับสิ่งที่ไม่มีชีวิต ปัญญาประดิษฐ์เป็นสาขาหนึ่งในด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ และวิศวกรรมเป็นหลัก แต่ยังรวมถึงศาสตร์ในด้านอื่นๆอย่างจิตวิทยา ปรัชญา หรือชีววิทยา ซึ่งสาขาปัญญาประดิษฐ์เป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับกระบวนการการคิด การกระทำ การให้เหตุผล การปรับตัว หรือการอนุมาน และการทำงานของสมองจนปัจจุบัน มนุษย์มีการพึงพาปัญญาประดิษฐ์มากขึ้นหรือ (Intelligence Assistant) อาทิ Google เป็นต้น

 

จากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้ภาคธุรกิจต้องปรับตัว จากที่ภาคธุรกิจเคยประกอบกิจการแบบ Pipe Line ที่มี Gatekeeper (ส่วนราชการ) ที่มีประสิทธิภาพน้อย ปัจจุบัน โลกธุรกิจเกิด Platform ขึ้นมาใหม่ เป็น Platform Revolution ที่เติบโตไว ขยายตัวได้เร็ว

ตัวอย่าง แท็กซี่ไทยกับอูเบอร์ เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน ธุรกิจแท็กซี่ต้องขอใบอนุญาตผ่านหน่วยงานราชการ มีการตรวจสอบ ขึ้นทะเบียนจากส่วนราชการ (Gatekeeper) ซึ่งมีขั้นตอนยุ่งยาก ซับซ้อนและขาดประสิทธิภาพ แต่ธุรกิจอูเบอร์ (UBER) ไม่ต้องผ่านผู้ควบคุมจากส่วนราชการ ขยายตัวได้อย่างรวดเร็ว ใครมีรถอยากจะมาขับก็ขับได้ การใช้งานไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้บริการหรือผู้ให้บริการสะดวกรวดเร็วผ่านระบบแอพพลิเคชั่นบนมือถือ และมีระบบสะท้อนความคิดเห็นของผู้ใช้บริการ เป็นระบบตรวจสอบกันเอง ส่งผลให้มีการพัฒนาคุณภาพอยู่ตลอดเวลา สม่ำเสมอ เป็นต้น ปัจจุบัน Platform นี้ได้รับความนิยมในโลกธุรกิจสมัยใหม่ไม่ว่าจะเป็น Agoda Uber Facebook Alibaba Airbnb Lazada เป็นต้น


 

ปัจจุบัน ความต้องการต่าง ๆ ของคนตามทฤษฎีของมาสโลว์ยังคงเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง คนยังคงกินแฮมเบอร์เกอร์เหมือนเดิมแต่มีขนาดใหญ่ขึ้น เลือกส่วนผสมที่จะใส่ได้เองมากขึ้น คนยังกินมันฝรั่งทอดเหมือนเดิม คนไทยยังกินข้าวผัดกระเพราเหมือนเดิม รูปแบบของอาคารพาณิชย์ยังคงลักษณะเดิม

ข้อมูลจาก Microsoft Consumer Study รายงานว่า ในปี 2543 (ค.ศ.2000) ความสนใจของคนเราในแต่ละเรื่องจะมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 12 วินาที แต่ในปี 2558 (ค.ศ.2015) ลดลงเหลือเพียง 8 วินาทีเท่านั้น ซึ่งค่าเฉลี่ยนี้น้อยกว่าความสนใจของปลาทองเสียอีก (ปลาทองสนใจอะไร ๆ ที่ 9 วินาที) นั่นเป็นเพราะเมื่อเทียบการรับข้อมูลจากสื่อต่าง ๆ ทั้งสื่อดั้งเดิม (Traditional Media) หรือสื่อใหม่ (New Media) มีมากกว่าเดิม จนทำให้ผู้คนมีสิทธิ์เลือกรับสื่อ และสามารถข้ามสิ่งที่ไม่น่าสนใจได้อย่างรวดเร็ว เพื่อไปเสพอะไรที่เข้ากับตนเองมากกว่า

  

นี่คือ ปรากฏการณ์ที่ธุรกิจสื่อต่าง ๆ กำลังแปรเปลี่ยนไป จากความเร่งรีบ การเสพข้อมูลได้หลากหลาย และการทำหลายๆ สิ่งพร้อมกัน (Multitask) จึงมีโอกาสสูงที่ค่าเฉลี่ยความสนใจจะลดลงไปเหลือ 5 วินาทีในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ดังนั้น ถ้าสื่อดั้งเดิม ทั้งสิ่งพิมพ์ และโทรทัศน์ไม่ยอมปรับตัว การจะอยู่รอดในอุตสาหกรรมนี้ก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ถ้าไม่มีฐานการขายโฆษณาที่แข็งแกร่ง และถึงจะอยู่ได้ก็คงรวดเร็วเท่ากับ Social Media ที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอด และพร้อมถาโถมข้อมูลจำนวนมากไปให้กับผู้บริโภคให้ได้เลือกเสพกันได้อย่างหลากหลาย

Patrick Dixon กล่าวไว้ว่า The single word that will drive the future is emotion หรือ คำเพียงคำเดียวที่ขับเคลื่อนอนาคตคือ อารมณ์

ปัจจุบัน โลกและโลกธุรกิจขับเคลื่อนล้วนขับเคลื่อนด้วยอารมณ์ การเสนอขายสินค้า ขายบริการต่าง ๆ ล้วนขึ้นอยู่กับอารมณ์มากกว่าความเป็นจริง ทั้ง ๆ ที่ไม่ว่าโลกของปัจจุบันหรืออนาคตจะเป็นอย่างไร คำว่า คุณภาพไม่ใช่สิ่งที่เป็นความลับอีกต่อไป สอดคล้องกับคำกล่าวของ Thomas L.Friedman (Thank you for being late) ว่า Social media is good for collective sharing but not always so great for collective building, good for collective destruction, but maybe not so good for collection construction. สื่อสังคมออนไลน์ดีสำหรับการรวมกลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยน แต่ไม่ดีสำหรับการรวมกลุ่มเพื่อสร้างอะไรสักอย่างหนึ่ง ดีสำหรับการรวมกลุ่มเพื่อทำลาย แต่อาจจะไม่ดีสำหรับการรวมกันสร้าง

ลูกค้าว้าวางใจเครือข่ายของกลุ่มเพื่อนและครอบครัวมากกว่าที่จะไว้ใจบริษัทหรือแบรนด์
การสนทนาของคนในกลุ่มลูกค้าแบบ peer to peer จะเป็นเครื่องมือสื่อสารที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด

Philip Kotler (Marketing 4.0)

 

Creative Destruction การทำลายอย่างสร้างสรรค์

การทำลายล้างอย่างสร้างสรรค์เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับระบบทุนนิยม

Joseph A. Schumpeter

          

Creative Destruction การทำลายอย่างสร้างสรรค์ส่งผลให้ S-Curve ของธุรกิจสั้นลง การเติบโตของผลิตภัณฑ์เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

ไม่เฉพาะแต่สินค้าระดับโลกเท่านั้น Creative Destruction การทำลายอย่างสร้างสรรค์ยังส่งผลต่อธุรกิจข้างถนนด้วย เช่น ข้าวเหนียวหมูปิ้ง อาหารตามสั่ง น้ำเต้าหู้ เป็นต้น หรือแม้แต่สื่อโฆษณาที่แปรเปลี่ยนไป ป้ายโฆษณาถูกแทนที่ด้วย Virtual Website หรือ QR Code

โลกธุรกิจไร้พรมแดน มือที่มองไม่เห็น

ในขณะที่ประเทศไทยของเรากำลังโฆษณาประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยว แต่สิ่งที่หน่วยงานที่รับผิดชอบต้องพิจารณาให้ดีและควรระมัดระวัง คือ มือที่มองไม่เห็น มือที่ไร้พรมแดนเข้ามาในพื้นที่ธุรกิจของเรา ตัวอย่างเช่น OTAs ย่อมาจากคำว่า Online Travel Agency คือ ผู้ให้บริการด้านการจองที่พักโรงแรมรวมถึงบริการด้านการท่องเที่ยวต่าง ๆ โดยทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการให้บริการให้สมาชิกได้เจอกับผู้ให้บริการที่พัก ตั๋วเครื่องบิน บริการท่องเที่ยวต่างๆ และจัดแจงจองที่พักตั๋วโรงแรมให้ โดยนำเสนอสิทธิพิเศษ และราคาสุดพิเศษให้กับสมาขิก อาทิ Agoda Traveloka Expedia เป็นต้น เมื่อนักท่องเที่ยวสนใจมาท่องเที่ยวประเทศไทยของเรา เขาตัดสินเลือกใช้บริการจาก OTAs เหล่านี้มากกว่าจะเสียเงินเสียเวลาโทรศัพท์ข้ามประเทศเพื่อมาจองห้องพัก ซี่งค่าคอมมิชชั่นส่วนนี้ของโรงแรมถูกแบ่งสัดส่วนออกไปจากรายได้มาถึง 10-20% และค่าคอมมิชชั่นเหล่านี้ถูกส่งไปยังบริษัทแม่ที่ตั้งอยู่นอกประเทศไทยทั้งสิ้น พูดง่าย ๆ คือ เงินจะไหลออกนอกประเทศจากมือที่มองไม่เห็นด้วยการโฆษณาประชาสัมพันธ์ของเราเอง

 

 

อนาคตของแรงงานไทย

ข้อมูลจาก WordBank Development Report (2016) ระบุว่า 72% ของงานในประเทศไทยมีโอกาสถูกทดแทนด้วยระบบ Automation (จัดเป็นลำดับที่ 10 ของกลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนา)

คำถามคือ เทคโนโลยีใช้แรงงานคนน้อยลง แล้วแรงงานไทยจะเป็นอย่างไรต่อไป

 

ทางรอดของไทย

1.ต้องเพิ่มผลผลิตที่มีคุณภาพ

เปรียบเทียบสัดส่วนการท่องเที่ยวของประเทศไทยกับประเทศสิงคโปร์

 

 

2.ต้องพัฒนาการศึกษาที่มุ่งเน้นประกอบอาชีพ

 

3.ต้องมุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนา

ประเทศไทยเป็นประเทศผู้ผลิต Hard Disk อันดับที่ 1 ของโลก (40% ของการผลิตทั่วโลก) เช่น Seagate, Western Digital, Hitashi, Toshiba เป็นต้น และเป็นประเทศที่ผลิตรถยนต์เป็นอันดับที่ 12 ของโลก มีโรงงานประกอบรถยนต์ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย จำนวน 18 บริษัท แต่ไม่มี Local Brand หรือสินค้าจำพวกนี้ที่เป็นยี่ห้อของคนไทยเลย เพราะเราอาศัยพึ่งพิงพึ่งพาเทคโนโลยีของเขา ไม่เกิดการถ่ายทอด เมื่อไหร่ที่ประเทศเหล่านี้มีประเทศผู้ผลิตที่ต้นทุนถูกกว่าเขาก็ไป แล้วเราล่ะ

4.ต้องพัฒนานวัตกรรมใหม่

Steve Jobs พูดไว้น่าสนใจมากว่า Innovation distinguishes between a leader and a follower. นวัตกรรมแยกผู้นำกับผู้ตามออกจากกัน

นวัตกรรมไม่ใช่เรื่องยาก นวัตกรรมเป็นเรื่องง่าย ๆ ตัวอย่างถุงกาแฟ

อย่าหยุดพัฒนาตนเองและอย่าเอาอารมณ์มาเป็นที่ตั้ง

 

 

 

 

Read 291937 times
สุดปฐพี เวียงสี

"ผมเดินทางเป็นวิทยากรทั่วประเทศ ไม่ใช่คนเก่ง ไม่ใช่คนที่วิเศษมาจากไหน ผมเดินทางตามความฝันของตนเอง ผ่านประสบการณ์การเรียนรู้ ผ่านตำราวิชาการที่ซื้ออ่าน ผ่านการพูดคุยกับผู้คน เก็บไว้ก็มีแต่จะเลือนหายไปไม่มีประโยชน์ จึงอยากจะแบ่งปันสิ่งที่ได้อ่าน สิ่งที่ได้เห็น ชีวิตที่เป็นกับผู้สนใจใคร่รู้"

Leave a comment

Make sure you enter the (*) required information where indicated. HTML code is not allowed.