จากหมอวิจารณ์ถึงสุดปฐพี

Written by 

ผมกำลังอ่านหนังสือ Designing the New American University เขียนโดยอธิการบดีผู้โด่งดังของอเมริกา Michael M. Crow อธิการบดีของ Arizona State University ที่เปลี่ยนโฉมมหาวิทยาลัยนี้ให้เป็นมหาวิทยาลัยวิจัยแบบใหม่ที่เปิดกว้างต่อเยาวชนที่ต้องการเรียนอย่างมีแรงบันดาลใจ และร่วมกันทำงานวิจัยสร้างสรรค์สังคมโดยรอบ ที่ผมตีความว่าเป็น Engaged Scholarship

ผมเพิ่งอ่านถึงบทที่ 2 The Gold Standard in American Higher Education ซึ่งมีการวิเคราะห์ข้อถกเถียงว่า อุดมศึกษาคืออะไร เนื่องจากอุดมศึกษาอเมริกันไม่ได้เกิดขึ้นแบบอยู่ๆ ก็มีคนคิดขึ้นมา แต่มีการเอาแบบอย่างของอังกฤษ และเยอรมันมาปรับใช้เป็นรูปแบบของอเมริกันในช่วงศตวรรษที่ ๑๙ ที่หน้า ๗๖ มีการกล่าวถึงแนวคิด Wissenschaft ของเยอรมันว่าหมายถึง pure learning เป็นการเรียนเพื่อมีความรู้ และพอใจแค่การมีความรู้นั้น

ผมจึงตั้งใจจับประเด็น “รู้เพื่อรู้” มาเขียนบันทึกแลกเปลี่ยนความคิด

แต่เมื่อค้นในดิกชันนารีเยอรมัน ก็พบข้อความ “Wissenschaft incorporates science, learning, knowledge, scholarship and implies that knowledge is a dynamic process discoverable for oneself, rather than something that is handed down.”

ผมจึงเถียงไม่ออก

เพราะพบว่าเยอรมันเขาค้นพบมาตั้งสองสามร้อยปี ว่าการเรียนรู้ไม่ได้เกิดจากการถ่ายทอดความรู้ แต่เกิดจากการค้นพบด้วยตนเอง ทำไมการศึกษาไทยจึงหลงผิดไปถึงขนาดนี้ก็ไม่รู้

ไหนๆ ก็เขียนแล้ว ขอเปลี่ยนไปเถียง“รู้เพื่อรู้”ในหนังสือ

ผมมีความเห็นว่า“รู้เพื่อรู้”จะไม่ช่วยให้รู้จริง (mastery) เพราะจะละเลยการปฏิบัติและผลจากการปฏิบัติ กระบวนการเรียนรู้ที่ไม่มีการปฏิบัติจะไม่มีทางทำให้ผู้เรียนเข้าใจได้ลึก ที่เรียกว่า mastery learning และเข้าใจได้ในลักษณะ เปลี่ยนความเข้าใจเดิม (transformative learning)

จะเข้าใจเรื่องต่างๆ ได้เชื่อมโยงซับซ้อนและลึก ต้องเข้าไปปฏิบัติ (action) ในสภาพความเป็นจริง โดยทำงานเป็นทีม และมีการเก็บข้อมูลนำมาไตร่ตรองสะท้อนคิด (reflection) ร่วมกัน จะเห็นว่าจะรู้จริงต้องทำงาน“รู้เพื่อผล”และ“รู้จากผล”

แนวคิด“รู้เพื่อรู้”ทำให้วงการศึกษาแยกตัวออกจากชีวิตจริง ความเป็นอยู่จริงของผู้คน อย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

The New American University ตามในหนังสือเล่มนี้ก็เพื่อสนองทั้งการเรียนรู้ที่แท้ และการเรียนรู้ที่สนองและและเสริมพลังกับการพัฒนาบ้านเมือง

ขอหมายเหตุว่า หนังสือกล่าวต่อไปอีกว่า Wissenschaft น่าจะคิดขึ้นเพื่อให้การเรียนรู้ในมหาวิทยาลัยปลอดจากการถูกแทรกแซงทางการเมือง และการศาสนาที่เรียกว่ามี academic freedom ที่ไทยเรียกว่าเสรีภาพทางวิชาการ และผมสงสัยว่าเราจะใช้ในความหมายผิดๆ

วิจารณ์ พานิช
๘ ต.ค. ๖๐



จากบทความนี้ของศาสตราจารย์นายแพทย์วิจารณ์ พานิชช่วยผมได้มากเลยทีเดียว ผู้คนจะเข้าใจวิธีการและแนวทางการสอนแบบ edutainment ของผมมากขึ้น
.
อย่างไรหรือ?
.
1.เพราะพบว่าเยอรมันเขาค้นพบมาตั้งสองสามร้อยปีว่า การเรียนรู้ไม่ได้เกิดจากการถ่ายทอดความรู้ แต่เกิดจากการค้นพบด้วยตนเอง ทำไมการศึกษาไทยจึงหลงผิดไปถึงขนาดนี้ก็ไม่รู้
(ผมสอนเรื่องการตามหาส้นตีนมานานมากแล้ว)



2.จะเข้าใจเรื่องต่าง ๆ ได้เชื่อมโยงซับซ้อนและลึก ต้องเข้าไปปฏิบัติ (action) ในสภาพความเป็นจริง โดยทำงานเป็นทีม และมีการเก็บข้อมูลนำมาไตร่ตรองสะท้อนคิด (reflection) ร่วมกัน จะเห็นว่า จะรู้จริงต้องทำงาน “รู้เพื่อผล” และ “รู้จากผล”
(ผมชอบสอนโดยการเน้นจากการปฏิบัติ รู้จริง โง่จริง)



3.Wissenschaft น่าจะคิดขึ้นเพื่อให้การเรียนรู้ในมหาวิทยาลัยปลอดจาก การกูกแทรกแซงทางการเมือง และการศาสนาที่เรียกว่ามี academic freedom ที่ไทยเรียกว่าเสรีภาพทางวิชาการ และผมสงสัยว่าเราจะใช้ในความหมายผิดๆ

(ผมตัดสินใจถูกแล้วที่หลุดพ้นจากการระบบการศึกษา ลาออกจากมหาวิทยาลัยมา)

:: ขอบพระคุณศาสตราจารย์วิจารณ์ พานิชที่กรุณาเปิดปัญญาให้ผมมั่นใจใจส้นตีนที่ผมเลือกทำทุกวันนี้ ::

Read 60884 times
สุดปฐพี เวียงสี

"ผมเดินทางเป็นวิทยากรทั่วประเทศ ไม่ใช่คนเก่ง ไม่ใช่คนที่วิเศษมาจากไหน ผมเดินทางตามความฝันของตนเอง ผ่านประสบการณ์การเรียนรู้ ผ่านตำราวิชาการที่ซื้ออ่าน ผ่านการพูดคุยกับผู้คน เก็บไว้ก็มีแต่จะเลือนหายไปไม่มีประโยชน์ จึงอยากจะแบ่งปันสิ่งที่ได้อ่าน สิ่งที่ได้เห็น ชีวิตที่เป็นกับผู้สนใจใคร่รู้"

Leave a comment

Make sure you enter the (*) required information where indicated. HTML code is not allowed.